โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ ๓ ชนะสงสารวิทยา

คลังเก็บรายวัน: สิงหาคม 26, 2015

ทรานไซบีเรีย

5306080501 5306080502

เส้นทางรถไฟที่ยาวที่สุดของโลกมีชื่อว่า ทรานส์ไซบีเรีย
ทรานส์ไซบีเรีย (Trans-Siberian Railway) หรือเรียกสั้นๆ ว่าทรานซิบ (Transsib)เป็นเครือข่ายทางรถไฟที่เชื่อมโยงกรุงมอสโก กับดินแดนทางตะวันออกอันห่างไกลของรัสเซีย, มองโกเลีย ,จีน และทะเลญี่ปุ่นเข้าด้วยกัน หรือพูดง่ายๆ คือ เชื่อมรัสเซียฝั่งตะวันตกกับฝั่งตะวันออกนั่นเอง

เส้นทางสายนี้เริ่มสร้างขึ้นใน ปี 1891 ตามแนวคิดริเริ่มของเซอร์เกย์ วิตเต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของรัสเซียในสมัยนั้น โดยสร้างเสร็จสิ้นในปี 1905 ความสำเร็จของเส้นทางสายนี้นับเป็นประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของรัสเซียด้วย เพราะเป็นการเปิดเส้นทางการพัฒนาและความก้าวหน้าสู่ไซบีเรีย อันเป็นเขตสหพันธ์อันห่างไกลของแดนหมีขาว

เส้นทางดั้งเดิมของทรานส์ไซบีเรียเริ่มต้นจากเมืองเชลยาบินสค์ วิ่งไปทางตะวันออกสู่เมืองออมสค์, นอวอซิบิร์สค์ คราสนอยาสค์ อีร์คุตสค์และชีตา ข้ามไปแมนจูเรีย และวกกลับเข้ามารัสเซีย ก่อนที่จะสิ้นสุดที่เมืองท่าวลาดีวอสตอค ริมชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ปัจจุบันจุดเริ่มต้นของทรานไซบีเรียอยู่ที่สถานียารอสลาฟสกีในมอสโก ส่วนสถานีสุดท้ายยังอยู่ที่เมืองวลาดีวอสตอค โดยแบ่งออกเป็น 4 เส้นทางดังนี้

เส้นทางสายหลัก คือ สายทรานส์ไซบีเรีย วิ่งจากมอสโก หรือเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กไปยังเมืองวลาดีวอสตอค ผ่านทางใต้ของไซบีเรีย เส้นทางนี้สร้างขึ้นระหว่างปี 1891-1916 และยังเชื่อมโยงกับเส้นทางสายหลักอื่นๆ ในรัสเซียที่ที่เชื่อมกับ 2 เมืองนี้ด้วย เส้นทางสายนี้มีระยะทาง 9,288 กิโลเมตร ผ่านในช่วงเวลาแตกต่างกันของโลก 8 ช่วง และใช้เวลาการเดินทางทั้งหมด 7 วัน

ส้นทางหลักอันดับสอง คือ สายทรานส์แมนจูเรีย ซึ่งมาบรรจบกับสายทรานไซบีเรียที่เมืองตาร์สกายา ซึ่งห่างจากทะเลสาบไบคาลไปทางตะวันออกประมาณ 1,000 กิโลเมตร จากตาร์สกายา ทรานส์แมนจูเรียนมุ่งหน้าไปทางตะวันออกเฉียงใต้สู่จีนแล้ววิ่งลงไปยังกรุง ปักกิ่ง ประเทศจีน

เส้นทางสายหลักอันดับสามคือ สายทรานส์มองโกเลีย ซึ่งมาบรรจบกับสายทรานส์ไซบีเรียนที่เมืองอูลันอูเด บนฝั่งตะวันออกของทะเลสาบไบคาล จากอูลันอูเด ทรานส์มองโกเลียมุ่งลงไปทางใต้สู่เมืองอูลานบาตาร์ ก่อนที่จะวิ่งไปยังทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงปักกิ่ง

ในปี 1991 เส้นทางสายที่สี่ ซึ่งวิ่งขึ้นต่อไปทางเหนือสร้างเสร็จสมบูรณ ์ หลังจากการก่อสร้างแบบเป็นระยะต่อเนื่องมานานถึง 5 ทศวรรษ โดยรู้จักกันในชื่อ ไบคาล อามูร์ เมนไลน์ เป็นการขยายเส้นทางของเส้นทางทรานส์ไซบีเรียไปทางตะวันตกของทะเลสาบไบคาลอีก หลายร้อยไมล์ โดยผ่านทะเลสาบนี้ไปถึงขอบด้านเหนือสุดของทะเลสาบ และไปสู่แปซิฟิกถึงทางเหนือของเมืองคอบารอฟสค์, ที่โซเวตสกายากาวาน ทั้งนี้ เส้นทางนี้นำไปสู่พื้นที่ทางเหนืออันสวยงามของทะเลสาบไบคาลแล้ว ยังผ่านดินแดนต้องห้ามของรัสเซียด้วย

รถไฟสายนี้มี 2 ระดับ คือ แบบชั้นสองจะประกอบด้วย 4 ตู้นอน และชั้นหนึ่งมี 2 ตู้นอน บวกกับตู้ที่เป็นร้านอาหาร สนนราคาแบบเที่ยวเดียว สำหรับตั๋วโดยสารชั้นสองเริ่มต้นที่ 9,226 รูเบิล หรือประมาณ 12,800 บาท ส่วนแบบชั้นหนึ่งเริ่มต้นที่ 18,200 รูเบิล หรือประมาณ 25,200 บาท

สำหรับคำถามว่า เส้นทางรถไฟที่ยาวที่สุดของโลกยาวมากกว่าเส้นทางรถไฟของไทยกี่เท่า คำตอบคือ เมื่อเปรียบเทียบกับสายใต้ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ยาวที่สุดของไทย ทรานส์ไซบีเรียมีระยะทางยาวมากกว่าประมาณ 8 เท่า ทั้งนี้ จากสถานีกรุงเทพฯไปยังอ. สุไหงโกลก จ. นราธิวาส เส้นทางสายนี้มีระยะทาง 1,143 กิโลเมตร

ที่มา…https://www.ilovetogo.com

ประวัติและความสำคัญของเห็ดฟาง

ประวัติและความสำคัญของเห็ดฟาง

kaset114

ชื่อสามัญ Straw Mushroom
ชื่อวิทยาศาสตร์ Volvariella vovacea(Bull. Ex.Fr.) Sing
ชื่ออื่น เห็ดบัว ภาคอีสานเรียกว่า เห็ดเฟียง
ถิ่นกำเนิด ประเทศจีน
เห็ดฟางเป็นเห็ดยอดนิยมของคนไทย นิยมเพาะกันบนกองฟางข้าวชื้นๆ โคนมีสีขาว ส่วนหมวกสีน้ำตาลอมเทา หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดตลอดทั้งปีเดิมคนไทยเรียกเห็ดฟางว่า เห็ดบัว เพราะมีเกิดขึ้นได้เองในกองเปลือกเมล็ดบัวที่กะเทาะเมล็ดภายในออกแล้ว ต่อมาเมื่อมีการส่งเสริมให้ใช้ฟางเพาะจึงนิยม เรียกว่า เห็ดฟาง

เห็ดฟาง เป็นพืชชั้นต่ำซึ่งจัดเป็นราชนิดหนึ่ง ไม่สามารถสังเคราะห์แสงได้ ไม่มีสารสีเขียว ต้องอาศัยสารอินทรีย์จากสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตอื่น ๆ เพื่อใช้ในการเจริญเติบโต มนุษย์สามารถนำมาใช้เป็นอาหารได้ เนื่องจากเห็ดเป็นอาหารที่มีรสชาติดี นอกจากเห็ดจะมีประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันของมนุษย์ในแง่ของอาหารและยาป้องกัน รักษาโรคแล้ว เห็ดยังมีความสำคัญทางเศรษฐกิจอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทย ซึ่งมีสภาพแวดล้อมเหมาะสมสำหรับการเพาะเห็ดหลายชนิดประกอบกับต้นทุนในการ ผลิตเห็ดแต่ละชนิดค่อนข้างต่ำ จึงทำให้ผู้เพาะเห็ดมีรายได้ดี

อ้างอิง…http://www.oknation.net

น้ำของโลก

14419ed5d

พื้นดิน เพียงร้อยละ 30 หรือ 148 ล้านตารางกิโลเมตรเท่านั้น

โลกของเรามี พื้นน้ำ ถึงร้อยละ 70 มีส่วน

ในเชิง ปริมาณน้ำทั้งหมด ที่มีอยู่ในโลก ทั้ง 3 สถานะ (ของแข็ง ของเหลว และไอหรือก๊าซ) มีประมาณ 1,385 ล้านลูกบาศก์เมตร

ส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 97.3 หรือเท่ากับ 1,348 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น น้ำเค็ม ในทะเลและมหาสมุทร

ส่วน น้ำจืด ซึ่งรวมถึงไอน้ำในบรรยากาศด้วยมีเพียงร้อยละ 2.7 หรือเท่ากับ 37 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น

 

ปริมาณน้ำจืด
ที่มีอยู่ในโลกนี้ ประกอบด้วย

น้ำแข็งขั้วโลก ร้อยละ 76.5 หรือเท่ากับ 28.2 ล้านลูกบาศก์เมตร

น้ำใต้ดิน หรือน้ำบาดาล ร้อยละ 22.9 หรือเท่ากับ 8.4 ล้านลูกบาศก์เมตร

น้ำผิวดิน (ทะเลสาบ คลอง บึง ฯลฯ) ร้อยละ 0.6 หรือเท่ากับ 16.3/76.5 = 0.4 ล้านลูกบาศก์เมตร

ปริมาณ น้ำจืดที่สามารถนำมาใช้สอย มีประมาณ ร้อยละ 10.71 ของปริมาณน้ำจืดทั้งหมด

โดยส่วนใหญ่ราว 3,7400,000 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น น้ำใต้ดิน ที่ลึกไม่เกิน 800 เมตร

เป็นน้ำใน ทะเลสาบ 125,000 ล้านลูกบาศก์เมตร

เป็น ความชื้นในดิน ที่ต้นไม้ดูดซับไว้ 69,000 ล้านลูกบาศก์เมตร

เป็น ไอน้ำ ในอากาศ 13,500 ล้านลูกบาศก์เมตร

และเป็น น้ำผิวดิน ในแม่น้ำ ลำคลอง ฯลฯ เพียงร้อยละ 0.04 หรือเท่ากับ 1,500 ลูกบาศก์เมตรเท่านั้น

ที่มา…http://www.oknation.net

 Untitled Document
ผู้ดูแล : ชุมนุมคอมพิวเตอร์
บล็อกสาระน่ารู้ยามเช้าโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ 3 ชนะสงสารวิทยา สร้างและออกแบบโดยครูทองสุข เอี่ยมศิริ
เลขที่ 64 / 8 หมู่ที่ 7 ถนนสุวินทวงศ์ ต.คลองนครเนื่องเขต อ.เมืองฉะเชิงเทรา จ.ฉะเชิงเทรา 24000 โทร. 038-593149